7 วิธีเลือกจ้างแม่บ้านสำหรับองค์กร มืออาชีพ หมดห่วงเรื่องงาน

Key takeaway

สำหรับหน่วยงานใหญ่ ๆ การค้นหาแม่บ้านความสะอาดที่ไว้ใจได้ ต้องอาศัยวิธีเลือกแม่บ้านสำหรับองค์กรที่รอบคอบ โดยพิจารณาจากปัจจัยสำคัญทั้งความมั่นคงของบริษัทผู้ให้บริการแม่บ้าน ระบบคัดกรองประวัติอาชญากรรม แผนสำรองพนักงาน มาตรฐานการฝึกอบรม อุปกรณ์ที่ใช้ ระบบตรวจสอบคุณภาพ และสัญญาจ้างที่รัดกุม ซึ่งวิธีเลือกแม่บ้านสำหรับออฟฟิศตามเกณฑ์เหล่านี้ จะช่วยการันตีความปลอดภัย ลดปัญหากวนใจ และสร้างภาพลักษณ์มืออาชีพให้ธุรกิจของคุณได้อย่างคุ้มค่า

Table of Contents

ความสะอาดภายในสำนักงาน เปรียบเสมือนหน้าตาของธุรกิจที่ช่วยสร้างความประทับใจแรกให้แก่ผู้มาติดต่อ ทั้งยังส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพ รวมถึงประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานในออฟฟิศ ดังนั้น การค้นหาผู้ดูแลความสะอาดจึงมีความสำคัญไม่แพ้ตำแหน่งอื่น ซึ่งวิธีเลือกแม่บ้านสำหรับองค์กรให้ได้มาตรฐานจึงไม่ใช่เพียงการหาคนมาทำความสะอาด แต่คือการมองหาพาร์ตเนอร์ที่ไว้วางใจได้เพื่อดูแลทรัพย์สินและสุขอนามัย

วิธีเลือกแม่บ้านสำหรับออฟฟิศ และองค์กร ช่วยให้สถานที่ทำงานสะอาด เป็นระเบียบ

ผู้บริหารและฝ่ายบุคคลหลายท่านมักต้องเผชิญกับปัญหาจุกจิกจากการจ้างงานทั่วไป ทั้งเรื่องความไม่เป็นมืออาชีพ การขาดงานโดยไม่มีคนแทน หรือความกังวลเรื่องความปลอดภัย ดังนั้น การมีหลักเกณฑ์เลือกจ้างแม่บ้านที่ชัดเจนจะช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ได้ เพื่อให้คุณคัดกรองทีมงานมืออาชีพ ป้องกันปัญหากวนใจ และคุ้มค่ากับการลงทุนที่สุด

ทำไมการเลือกจ้างแม่บ้านสำหรับองค์กร ถึงต้องพิถีพิถัน ?

การจ้างแม่บ้านให้เข้ามาดูแลพื้นที่สำนักงานนั้น มีความละเอียดอ่อนกว่าการจ้างมาทำความสะอาดบ้านพักอาศัย เพราะออฟฟิศเต็มไปด้วยทรัพย์สินมีค่า เอกสารสำคัญทางธุรกิจ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ราคาสูง ดังนั้น การจ้างแม่บ้านเพื่อมาทำความสะอาดออฟฟิศโดยเฉพาะอย่างพิถีพิถันจึงมีประโยชน์ ดังนี้

  • ลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย : ป้องกันปัญหาลักขโมยหรือคนแปลกหน้าปลอมปนเข้ามา
  • รักษามาตรฐานความสะอาด : เพื่อสุขอนามัยที่ดี ลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคในออฟฟิศ และเข้าจัดการทันทีเมื่อมีพนักงานเผลอทำสกปรก
  • ความต่อเนื่องของงาน : ธุรกิจไม่สะดุด เพราะมีระบบการจัดการหากมีแม่บ้านประจำลาหยุด
  • ภาพลักษณ์องค์กร : ออฟฟิศที่สะอาดสะอ้านสะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพของบริษัท

7 Checklist วิธีเลือกแม่บ้านสำหรับออฟฟิศ และองค์กร เลือกอย่างไรให้ได้มืออาชีพ

การวางแผนเลือกแม่บ้านให้มีความคุ้มค่าและปลอดภัยต่อทรัพย์สินสูงสุด จำเป็นต้องตรวจสอบ 7 ปัจจัยสำคัญต่อไปนี้ก่อนตัดสินใจเซ็นสัญญา

1. ตรวจสอบการจดทะเบียนบริษัทผู้ให้บริการงานแม่บ้าน และสถานะทางการเงิน

พื้นฐานแรกของความน่าเชื่อถือสำหรับวิธีเลือกแม่บ้านสำหรับองค์กรคือ “ตัวตน” ของผู้ให้บริการ ควรเลือกบริษัทที่จดทะเบียนพาณิชย์ถูกต้องตามกฎหมาย มีที่ตั้งสำนักงานชัดเจนสามารถติดต่อได้จริง ไม่ใช่เพียงแค่บุคคลธรรมดาที่รับงาน เพราะรูปแบบบริษัทจะมีการออกใบกำกับภาษีที่ถูกต้อง ซึ่งจำเป็นต่อการทำบัญชีขององค์กร

นอกจากนี้ สถานะทางการเงินของบริษัทแม่บ้านก็สำคัญ หากบริษัทคู่ค้าขาดสภาพคล่อง อาจส่งผลต่อการจ่ายค่าแรงพนักงาน ซึ่งจะนำไปสู่ปัญหาแม่บ้านทิ้งงาน หรือคุณภาพงานลดลงกลางคัน ดังนั้น การเลือกบริษัทที่มีความมั่นคงจะการันตีได้ว่าสัญญาจ้างของคุณจะดำเนินไปอย่างราบรื่นตลอดอายุสัญญา

2. ระบบการคัดกรองพนักงานและตรวจสอบประวัติอาชญากรรม

ระบบการคัดกรองพนักงาน เป็นปัจจัยหลักในวิธีเลือกแม่บ้านสำหรับออฟฟิศที่ต้องพิจารณาอย่างละเอียด เนื่องจากผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องเข้าถึงพื้นที่ส่วนตัว โต๊ะทำงาน และทรัพย์สินภายในบริษัท ผู้ให้บริการจึงต้องมีกระบวนการตรวจสอบที่เข้มงวด ดังนี้

  • การตรวจสอบประวัติอาชญากรรม : ต้องมีหลักฐานยืนยันว่าพนักงานทุกคนผ่านการตรวจสอบจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้วว่าไม่มีประวัติเสื่อมเสีย
  • การตรวจสอบเอกสารประจำตัว : บัตรประชาชน หรือใบอนุญาตทำงานสำหรับแรงงานต่างด้าว ต้องถูกต้องตามกฎหมาย 100%
  • การตรวจสุขภาพ : เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ปฏิบัติงานไม่มีโรคติดต่อที่เป็นอันตราย

3. มีแผนสำรองพนักงาน หากเกิดกรณีลาหรือหยุดงาน

ปัญหาคลาสสิกของการจ้างแม่บ้านรายบุคคลคือ วันไหนแม่บ้านป่วย ออฟฟิศจะสกปรกทันที แต่สำหรับการจ้างในรูปแบบบริษัทมืออาชีพ สิ่งที่ต้องถามหาคือแผนการส่งพนักงานมาทดแทน บริษัทที่ดีต้องมีทีมแม่บ้านสำรองที่พร้อมจะเข้ามาทำงานแทนแม่บ้านประจำได้ทันทีในกรณีที่มีการลาป่วย ลากิจ หรือเกิดเหตุฉุกเฉิน โดยที่ลูกค้าไม่ต้องร้องขอหรือวุ่นวายกับการหาคนแทนเอง และนี่คือความแตกต่างสำคัญที่ทำให้องค์กรส่วนใหญ่เลือกใช้บริการแบบมืออาชีพ

4. มาตรฐานการฝึกอบรม และทักษะเฉพาะทาง

วิธีเลือกแม่บ้านสำหรับองค์กรให้ได้คุณภาพ จำเป็นต้องพิจารณาถึงทักษะที่มากกว่าการกวาดถูบ้านทั่วไป พนักงานต้องรู้วิธีจัดการกับพื้นผิวที่หลากหลาย เช่น พรม หินอ่อน กระจก หรืออุปกรณ์สำนักงาน รวมถึงต้องเข้าใจเทคนิคพิเศษอย่างวิธีขจัดคราบบนผนังปูนและเพดานสูง เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับทรัพย์สิน นอกจากนี้ยังต้องเข้าใจเรื่องมารยาทในการทำงานร่วมกับผู้อื่นอีกด้วย

สิ่งที่ควรตรวจสอบ 

  • มีการอบรมการใช้อุปกรณ์และน้ำยาทำความสะอาดอย่างถูกวิธีหรือไม่ ?
  • มีความรู้เรื่องการแยกขยะและการจัดการของเสียหรือไม่ ?
  • ได้รับการอบรมเรื่องมารยาท การแต่งกาย และการรักษาความลับของลูกค้าหรือไม่ ?

5. การใช้อุปกรณ์และน้ำยาทำความสะอาดที่ได้มาตรฐาน

ความสะอาดที่มีคุณภาพ มาจากทักษะที่ดีควบคู่กับอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน ลองสอบถามบริษัทผู้ให้บริการว่าใช้น้ำยายี่ห้ออะไร เป็นเกรดอุตสาหกรรม หรือเกรดครัวเรือนทั่วไป และอุปกรณ์มีความทันสมัยเพียงพอหรือไม่

  • น้ำยาทำความสะอาด : ควรมีเอกสารข้อมูลความปลอดภัยรับรอง ไม่ทำลายพื้นผิว และปลอดภัยต่อผู้ใช้งานในออฟฟิศ ไม่มีกลิ่นฉุนรบกวนการทำงาน
  • อุปกรณ์ : เช่น เครื่องดูดฝุ่นที่มีไส้กรอง HEPA หรืออุปกรณ์ดูแลเฟอร์นิเจอร์เฉพาะทางที่ช่วย ทำความสะอาดโซฟาให้ไร้กลิ่นตกค้าง พร้อมผ้าไมโครไฟเบอร์แยกสีตามโซนการใช้งาน เพื่อป้องกันการปนเปื้อนข้ามพื้นที่ระหว่างห้องน้ำและห้องครัว

6. ระบบการตรวจสอบคุณภาพงาน

บริษัทแม่บ้านมืออาชีพจะมีเจ้าหน้าที่สายตรวจ ข้ามาตรวจสอบความเรียบร้อยตามรอบระยะเวลา เช่น สัปดาห์ละครั้ง หรือเดือนละครั้ง นอกจากนี้ ควรมีช่องทางการสื่อสารที่รวดเร็ว เช่น LINE OA หรือ Customer Service เพื่อรับฟังข้อร้องเรียนและประเมินผลงาน หากผลงานไม่ผ่านเกณฑ์ ต้องมีมาตรการแก้ไขหรือเปลี่ยนตัวพนักงานให้ทันที ระบบนี้จะช่วยลดภาระฝ่าย HR หรือธุรการของบริษัทคุณ ที่ไม่ต้องคอยไปจี้งานแม่บ้านด้วยตัวเอง

7. สัญญาจ้างที่ชัดเจนและการทำประกันความรับผิดชอบ

ความชัดเจนของสัญญาจ้างและการทำประกันความรับผิดชอบ เป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณาวิธีเลือกจ้างแม่บ้านสำหรับออฟฟิศ เพื่อคุ้มครองกรณีเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินหรืออุปกรณ์สำนักงานจากอุบัติเหตุ ซึ่งต้องมีการระบุผู้รับผิดชอบและวงเงินชดเชยไว้อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร

  • ประกันความเสียหาย : บริษัทต้องมีวงเงินประกันความเสียหายต่อทรัพย์สินของลูกค้าที่ระบุในสัญญาชัดเจน
  • ขอบเขตงาน : ระบุชัดเจนว่าทำอะไรบ้าง ไม่ทำอะไรบ้าง เช่น ไม่เช็ดกระจกอาคารสูงภายนอก ไม่ล้างแก้วส่วนตัวพนักงาน เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด
  • เงื่อนไขการเลิกจ้าง : หากไม่พอใจบริการ สามารถยกเลิกสัญญาได้ภายในกี่วัน มีค่าปรับหรือไม่

จ้างแม่บ้านเอง VS บริษัททำความสะอาด แบบไหนตอบโจทย์องค์กร ?

ความสะอาดในสำนักงานส่งผลโดยตรงต่อภาพลักษณ์และประสิทธิภาพการทำงาน แต่ผู้บริหารมักลังเลระหว่างการจ้างแม่บ้านทำความสะอาดประจำเอง กับการใช้บริการ Outsource แม้การจ้างเองอาจดูประหยัดกว่า แต่กลับซ่อนต้นทุนแฝง และภาระการบริหารจัดการไว้มากมาย เราจึงขอเปรียบเทียบข้อดี-ข้อจำกัดให้เห็นชัดเจน เพื่อช่วยให้คุณเลือกแม่บ้านทำความสะอาดที่ตอบโจทย์ความคุ้มค่าและลดภาระองค์กรได้จริง

การเปรียบเทียบ

จ้างแม่บ้านเอง

จ้างบริษัททำความสะอาด

1. ต้นทุน

เงินเดือนถูก แต่มีต้นทุนแฝงสูง เช่นสวัสดิการ, OT, และเงินชดเชย

ราคาเดียวจบ คุมงบง่าย นำไปลดหย่อนภาษีได้

2. ภาระงาน HR

เพิ่มภาระ เช่น การสรรหา การประเมิน และการทำสัญญา

ลดภาระ 100% บริษัท Outsource ดูแลให้ครบ เปลี่ยนคนได้ทันที

3. ความต่อเนื่อง

งานสะดุด เมื่อขาดลา ไม่มีคนแทน

งานต่อเนื่องมีทีมสำรองทันที

4. อุปกรณ์

ต้องซื้อและดูแลเองทั้งหมด

รวมให้ครบ พร้อมน้ำยาเกรดมาตรฐาน

5. ทักษะ

อาศัยประสบการณ์ส่วนตัว

มืออาชีพ ผ่านการฝึกอบรมวิธีดูแลพื้นผิว

6. ความเสี่ยง

นายจ้างรับผิดชอบเอง หากของเสียหาย

มีประกันความเสียหายคุ้มครองทรัพย์สิน

การให้ความสำคัญกับวิธีเลือกแม่บ้านสำหรับออฟฟิศหรือองค์กรอย่างละเอียดตามเช็กลิสต์ทั้ง 7 ข้อนี้ จะช่วยให้คุณได้ทีมงานทำความสะอาดที่เป็นมืออาชีพ ซึ่งนอกจากจะช่วยให้สำนักงานสะอาดตามสุขอนามัยที่ดี บรรยากาศน่าทำงาน และปลอดภัยแล้ว บริการแม่บ้านทำความสะอาดยังมีให้เลือกหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นรายชั่วโมง รายวัน หรือรายเดือน เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เสริมสร้างภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือให้แก่ธุรกิจของคุณในระยะยาว

ยกระดับความสะอาดของออฟฟิศให้เป็นมืออาชีพตั้งแต่วันนี้ ด้วยบริการจ้างแม่บ้านที่ไว้วางใจได้ มีมาตรฐานการคัดกรองแม่บ้านที่เข้มงวด และตรวจสอบคุณภาพงานได้ทุกขั้นตอน ติดต่อ Doing Well ผู้ให้บริการจัดหาแม่บ้านทำความสะอาดแบบครบวงจร พร้อมให้บริการในรูปแบบรายชั่วโมง รายวัน และสัญญาจ้าง เพื่อยกระดับสุขอนามัยและภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ธุรกิจของคุณ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-075-5151 E-mail: info@doingwell.co.th และ LINE OA: @doingwell 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีเลือกจ้างแม่บ้านทำความสะอาดสำหรับองค์กร (FAQs)

 

Q: จ้างแม่บ้านผ่านบริษัท (Outsource) ดีกว่าจ้างส่วนตัวอย่างไร ?

A: การจ้างผ่านบริษัท Outsource ช่วยลดภาระงานบริหารบุคคลได้มหาศาล องค์กรไม่ต้องกังวลเรื่องการหาคนแทนเมื่อแม่บ้านลา ไม่ต้องจัดการเรื่องประกันสังคม สวัสดิการ หรือโบนัสต่าง ๆ รวมถึงมีความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยในทรัพย์สินและชีวิต เพราะบริษัทมีการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมมาแล้ว ซึ่งการจ้างส่วนตัวมักไม่มีระบบรองรับความเสี่ยงเหล่านี้

 

Q: โดยปกติแล้วแม่บ้านออฟฟิศควรมีขอบเขตการทำงานอย่างไรบ้าง ?

A: ขอบเขตงานของแม่บ้านทำความสะอาดสำหรับออฟฟิศ โดยทั่วไปจะครอบคลุมการดูแลความสะอาดพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมด เริ่มตั้งแต่การจัดการพื้นผิว การดูแลสุขอนามัยภายในห้องน้ำพร้อมเติมของใช้สิ้นเปลือง การเช็ดกระจก พาร์ทิชัน และโต๊ะทำงานเฉพาะพื้นที่ว่างโดยไม่รื้อค้นเอกสารสำคัญ รวมถึงการจัดการขยะ ล้างแก้วน้ำ และดูแลความเรียบร้อยของห้องประชุมให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ

 

Q: วิธีตรวจสอบว่าบริษัทแม่บ้านนั้นน่าเชื่อถือได้จริงหรือไม่ ต้องทำอย่างไร ?

A: การตรวจสอบความน่าเชื่อถือเป็นขั้นตอนสำคัญในวิธีเลือกแม่บ้านสำหรับองค์กร เบื้องต้นให้ตรวจสอบเอกสาร ภพ.20 (ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม) หรือหนังสือรับรองบริษัท เพื่อดูอายุการดำเนินงานและสถานที่ตั้ง นอกจากนี้ควรขอดูรายชื่อลูกค้าองค์กรปัจจุบันที่ใช้บริการอยู่ หากมีลูกค้ารายใหญ่หรือองค์กรที่มีชื่อเสียงไว้วางใจใช้บริการ ก็เป็นเครื่องการันตีคุณภาพและความเป็นมืออาชีพได้ระดับหนึ่ง

 

Q: บริษัทแม่บ้านทำความสะอาดมีประกันความเสียหายหรือไม่ ?

A: บริษัทรับทำความสะอาดที่ได้มาตรฐานจะมีวงเงินประกันความเสียหายต่อทรัพย์สินระบุไว้ในสัญญาชัดเจน หากพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายเกิดจากการปฏิบัติงานของแม่บ้าน บริษัทต้นสังกัดจะเป็นผู้รับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายตามจริงแต่ไม่เกินวงเงินที่ระบุไว้ในสัญญา และต้องให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างถึงที่สุด